
วันที่ 23 พฤษภาคม 2569 นายสัตวแพทย์สิทธิโชค เอกผักนาก ปศุสัตว์จังหวัดสุรินทร์ มอบหมายให้ นายสุพิน นองมัน หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ บูรณาร่วมกับคณะสัตวแพทย์ มมส โครงการจิตอาสา 904 และโครงการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคระบาดโค-กระบือเชิงรุก บูรณาการความร่วมมือจากองค์การบริหารส่วนตำบลพรมเทพ และกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงกระบือในโครงการธนาคารโค-กระบือ ตำบลพรมเทพ ที่มาร่วมอำนวยความสะดวกและนำสัตว์เลี้ยงเข้ารับบริการ โดยจัดกิจกรรมบริการทางสัตวแพทย์เชิงรุกเพื่อดูแลสุขภาพกระบือของเกษตรกร ณ พื้นที่ตำบลพรมเทพ อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ (ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อจังหวัดมหาสารคามและจังหวัดใกล้เคียง) ในระหว่างวันที่ 15–17 และวันที่ 23–24 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา ภาคีเครือข่าย ลงพื้นที่บริการสัตวแพทย์เชิงรุก มุ่งอนุรักษ์และพัฒนากระบือไทยอย่างยั่งยืน
สำหรับคณะผู้ปฏิบัติงานจากคณะสัตวแพทยศาสตร์ มมส นำทีมโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.สุกัญญา ลีทองดี (คณบดี) และ อาจารย์ นายสัตวแพทย์ปฏิญญา ปะติเก (ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิจัยและโครงสร้างพื้นฐาน) พร้อมด้วย นายสัตวแพทย์วสุพล ชาแท่น, นายคณิน แสงคุณ, นายพสุลักษมณ์ ราชดา และนิสิตสัตวแพทย์ชั้นปีที่ 5 และชั้นปีที่ 6 ที่ได้ร่วมกันใช้วิชาชีพเยียวยาและส่งเสริมสุขอนามัยสัตว์ โดยมีกระบือของเกษตรกรเข้ารับบริการรวมทั้งสิ้น 203 ตัว
ทั้งนี้ ทีมสัตวแพทย์และคณะทำงานได้ให้บริการดูแลสุขภาพกระบืออย่างครบวงจรใน 4 ด้านหลัก ประกอบด้วย:
- ด้านศัลยศาสตร์และอายุรกรรม: ดำเนินการถ่ายพยาธิเพื่อบำรุงและส่งเสริมสุขภาพสัตว์ให้สมบูรณ์แข็งแรง
- ด้านระบบสืบพันธุ์: บริการตรวจระบบสืบพันธุ์ด้วยเครื่องอัลตราซาวนด์ พร้อมให้คำปรึกษาและแก้ไขปัญหาภาวะผสมติดยาก เพื่อเพิ่มอัตราการปฏิสนธิ
- ด้านวิทยาการระบาด: เจาะเก็บตัวอย่างเลือดเพื่อตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ ในการเฝ้าระวังโรคบรูเซลโลซิส (Brucellosis) และโรคโลหิตจาง (โรคไพโรพลาสโมซิส) พร้อมออกใบรับรองผลการตรวจโรคให้แก่เกษตรกร
- ด้านฐานข้อมูลและสัตวบาล: ดำเนินการฝังไมโครชิปเพื่อจัดทำระบบฐานข้อมูลอัตลักษณ์ บันทึกภาพลักษณะประจำตัวสัตว์ และวัดขนาดร่างกาย (ส่วนสูง ความยาว และเส้นรอบอก) เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการปรับปรุงและพัฒนาพันธุ์กระบือไทยต่อไป
การปฏิบัติงานเชิงรุกในครั้งนี้บรรลุผลสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี สามารถบรรเทาความเดือดร้อน ช่วยลดต้นทุนในการดูแลจัดการสุขภาพสัตว์ และส่งเสริมสุขอนามัยของกระบือให้แก่เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งตรงตามวัตถุประสงค์ในการอนุรักษ์และพัฒนากระบือไทยอย่างยั่งยืน
ทางคณะทำงานและคณะสัตวแพทยศาสตร์ มมส ขอขอบพระคุณสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสุรินทร์ และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนเป็นอย่างสูง ที่ได้ร่วมแรงร่วมใจบูรณาการขับเคลื่อนโครงการดีๆ เพื่อพี่น้องเกษตรกรในครั้งนี้







กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
กรมปศุสัตว์