S 20242485 0

      วันที่ 1 กันยายน 2569 เวลา 13.00 น. จังหวัดสุรินทร์ – ณ ห้องประชุม สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสุรินทร์ นายสัตวแพทย์สิทธิโชค เอกผักนาก ปศุสัตว์จังหวัดสุรินทร์ พร้อมด้วย นายสุพิน นองมัน หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ นายสัตวแพทย์ประยูร พรมไธสง หัวหน้ากลุ่มพัฒนาคุณภาพสินค้าปศุสัตว์ และเจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสุรินทร์ บูรณาการร่วมกับ นางสาวบุญยวีร์ ชำกรม พาณิชย์จังหวัดสุรินทร์ เจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุรินทร์ และผู้ประกอบการเนื้อสุรินทร์ GI ร่วมลงนามเป็นพยาน ในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การส่งเสริมและรับซื้อโคเนื้อสุรินทร์ GI จำนวน 4 ฉบับ เพื่อสร้างความมั่นคงด้านราคา ยกระดับมาตรฐานฟาร์มและการผลิตเนื้อโคเกรดพรีเมียม ตอบสนองความต้องการของตลาดและผู้บริโภคสายเนื้อทั่วประเทศ. การลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ประกอบด้วย 4 ข้อตกลงสำคัญ ได้แก่:
1.ลำดวนไววากิวฟาร์ม (อ.ลำดวน) ทำ MOU กับ บริษัท ทองทัพช้าง เซ็นเตอร์ จำกัด (กทม.): สัญญาซื้อขายซากโคขุนสุรินทร์วากิว ปริมาณ 1 ตัว/เดือน ระยะเวลา 1 ปี โดยกำหนดราคารับซื้อตามเกณฑ์ GI เนื้อสุรินทร์ คิดเป็นมูลค่า 1,300,000 บาท/ปี
2.สุวรรณพัฒน์ฟาร์ม (อ.เมืองสุรินทร์) ทำ MOU กับ ร้าน คัดเนื้อ The Butcher Shop (จ.นนทบุรี): สัญญาซื้อขายซากโคขุนสุรินทร์วากิว ปริมาณ 1 ตัว/เดือน ระยะเวลา 1 ปี โดยกำหนดราคารับซื้อตามเกณฑ์ GI เนื้อสุรินทร์ คิดเป็นมูลค่า 1,300,000 บาท/ปี
3.ห้างหุ้นส่วนเอส.เจ.ดวงใจฟาร์ม (อ.เมืองสุรินทร์) ทำ MOU กับ ร้าน คัดเนื้อ The Butcher Shop (จ.นนทบุรี): สัญญาซื้อขายซากโคขุน ปริมาณ 1 ตัว/เดือน ระยะเวลา 1 ปี โดยกำหนดราคารับซื้อตามเกณฑ์ GI เนื้อสุรินทร์ คิดเป็นมูลค่า 1,450,000 บาท/ปี
4.บ้านสวนฟาร์ม (อ.เมืองสุรินทร์) ทำ MOU กับ บริษัท เอ็มอาร์ฮาลาลอินเตอร์ฟู้ด จำกัด (จ.สมุทรปราการ) และ ร้านแซมมีทบุชเชอร์ (จ.จันทบุรี):สัญญาความร่วมมือการลงทุนผลิตและขุนโคสุรินทร์วากิวในฟาร์มเกษตรกร ปริมาณรวม 100 ตัว โดยกำหนดราคารับซื้อตามเกณฑ์ GI เนื้อสุรินทร์ คิดเป็นมูลค่า 7,500,000/ปี
นายสิทธิโชค เอกผักนาก ปศุสัตว์จังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า การร่วมลงนามพยาน ณ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสุรินทร์ครั้งนี้ เป็นการการันตีคุณภาพของโคเนื้อสุรินทร์วากิว ที่ผ่านกระบวนการเลี้ยงและแปรรูปตามมาตรฐาน ช่วยลดปัญหาการผ่านพ่อค้าคนกลาง และสร้างรายได้ที่เป็นธรรมและยั่งยืนให้แก่เกษตรกร โดยการทำ MOU ในครั้งนี้ มีมูลค่า 11,550,000 บาท/ปี
ขณะที่ นางสาวบุณยวีร์ ชำกรม พาณิชย์จังหวัดสุรินทร์ กล่าวเสริมว่า ความร่วมมือกับผู้ประกอบการและร้านค้าจาก กรุงเทพฯ, นนทบุรี, สมุทรปราการ และจันทบุรี ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายช่องทางจำหน่ายเนื้อโคขุน GI สุรินทร์ สู่ตลาดผู้บริโภคระดับพรีเมียมในวงกว้าง ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของจังหวัดสุรินทร์ให้เติบโตอย่างมั่นคง
โคขุนสุรินทร์ เป็นสินค้าอัตลักษณ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ของจังหวัด การสืบสานข้อตกลงซื้อขายร่วมกับบริษัทผู้ซื้อและร้านอาหารทั้ง 4 ร้าน ถือเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงตลาดจากฟาร์มสู่ผู้บริโภคโดยตรง ซึ่งสอดรับกับการจัดงาน “เนื้อไทยเฟสติวัล” ที่รวมพลผู้ผลิตเนื้อโคไทยกว่า 20 รายทั่วประเทศมาไว้ใจกลางเมือง เพื่อเปิดประสบการณ์ให้คนรักเนื้อได้รู้ว่า “เนื้อไทย มีอะไรให้คุณค้นหา…มากกว่าที่คุณคิด