S 20734040 0

       วันพฤหัสบดีที่10 กันยายน 2569 ณ ห้องประชุมสำนักงานเทศบาลตำบลหนองสนิท อำเภอจอมพระ จังหวัดสุรินทร์  กรมปศุสัตว์  เดินหน้านโยบาย "เกษตรนวัตกรรม เพื่อความยั่งยืนเกษตรกรไทย" จัดพิธีมอบปัจจัยการผลิต ติดตามการดำเนินงานโครงการพัฒนาสินค้าชุมชน (OTOP) ประเภทผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 และเปิดตัวผลิตภัณฑ์ "ไก่โคราช หนองสนิท" เพื่อยกระดับสินค้าเกษตรชุมชนสู่สินค้ามูลค่าสูงอย่างเป็นรูปธรรม

     โดยได้รับเกียรติจาก นายพงษ์พันธ์ ธรรมมา รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ดร.อำพล วริทธิธรรม ผู้อำนวยการกองผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์, น.สพ.สิทธิโชค เอกผักนาก ปศุสัตว์จังหวัดสุรินทร์, นายธนันญ์บุณย์ เพชรประไพ นายอำเภอจอมพระ, นางสาวอุไร  แสนคุณท้าว ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์มหาสารคาม, นางสาวจิราพร วิเชียร  ผู้แทนปศุสัตว์เขต 3 ผู้เชี่ยวชาญศรชัย  คงสุข  ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาพันธุ์กระบือ รักษาราชการในตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนากระบือ น.สพ.ธนวิทย์  มะลิซ้อน หัวหน้าด่านกักกันสัตว์สุรินทร์ นายสมจิตร นามสว่าง นายกเทศมนตรีตำบลหนองสนิท นายวรพจน์ ตีทอง ปศุสัตว์อำเภอเมืองสุรินทร์  รักษาราชการแทนปศุสัตว์อำเภอจอมพระ  ปศุสัตว์อำเภอในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์  เจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสุรินทร์ เจ้าหน้าที่หน่วยงาน DLD  - C ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์   หัวหน้าส่วนราชการอำเภอจอมพระ ตลอดจนกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่เข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง

นายพงษ์พันธ์ ธรรมมา รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า กรมปศุสัตว์มุ่งเน้นการส่งเสริมความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก ผ่านการสนับสนุนปัจจัยการผลิต เครื่องมืออุปกรณ์แปรรูป เช่น เครื่องซีลสุญญากาศ เครื่องบดเนื้อสัตว์ รวมถึงเตาอบประสิทธิภาพสูง รวมจำนวน 22 รายการ รวมมูลค่ากว่า 150,000 บาท เพื่อให้กลุ่มเกษตรกรสามารถบริหารจัดการฟาร์มและแปรรูปผลิตภัณฑ์ได้อย่างครบวงจร เกิดความเข้มแข็ง พึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

ความสำเร็จทางเศรษฐกิจและมาตรฐานปศุสัตว์ (GFM 100%)

น.สพ.สิทธิโชค เอกผักนาก ปศุสัตว์จังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงไก่เนื้อลูกผสมไก่โคราชตำบลหนองสนิท มีฟาร์มสมาชิกเข้าร่วมโครงการรวม 25 ฟาร์ม ซึ่งปัจจุบันสามารถยกระดับการเลี้ยงจนได้รับการรับรองมาตรฐานการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม (GFM) ครบทั้ง 100% ช่วยสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยทางชีวภาพ โดยมีตัวเลขความสำเร็จทางเศรษฐกิจที่โดดเด่นดังนี้:

  • วงจรการผลิตรวดเร็ว: ใช้ระยะเวลาเลี้ยงเพียง 63 วัน
  • ผลผลิตคุณภาพ: ได้น้ำหนักเฉลี่ย 1.3 กิโลกรัมต่อตัว
  • โครงสร้างต้นทุนและกำไร (ต่อการเลี้ยง 100 ตัว):

         oต้นทุนการผลิตทั้งหมด: 8,580 บาท

         oราคาจำหน่ายรวม: 11,050 บาท

         oกำไรสุทธิ: 2,470 บาท (คิดเป็นกำไร 24.70 บาทต่อตัว)

         oรายได้การจำหน่ายผลิตภัณฑ์สินค้าปศุสัตว์

รายได้ต่อเดือน 

     -ไก่ชำแหละ เดือนละ 1,200 ตัวๆละ 150 บาท รวมเป็นเงิน 180,000 บาท

     -ไก่อบ  เดือนละ 600 ตัวๆละ 179 บาท รวมเป็นเงิน 107,400 บาท

     -ไก่มีชีวิต  เดือนละ 9,000 ตัวๆละ 100 บาท  รวมเป็นเงิน 900,000 บาท

     o  รวมรายได้ต่อเดือน 1,187,400 บาท  คิดเป็นมูลค่ารายปี อยู่ที่ 14,248,800 บาท

  • รายได้รวมระดับกลุ่ม: สร้างรายได้หมุนเวียนให้กลุ่มมากกว่า 14,248,800 บาทต่อปี
  • ยกระดับคุณภาพชีวิต: ช่วยให้สมาชิกมีรายได้เสริมเฉลี่ย 5,000 บาท/เดือน/ครัวเรือน

        นวัตกรรม OTOP แปรรูป และ "หนองสนิทโมเดล" สู่ความยั่งยืน ด้าน นายธวัชชัย พวงจันทร์ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงไก่เนื้อลูกผสม ไก่โคราชตำบลหนองสนิท ระบุว่า กลุ่มได้นำสายพันธุ์ไก่พื้นเมืองลูกผสมโคราช ซึ่งได้รับการวิจัยและพัฒนาโดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี มาเลี้ยงในระบบฟาร์มมาตรฐาน โดยมีจุดเด่นคือ เนื้อนุ่ม รสชาติอร่อย และมีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ จากนั้นนำมาผ่านกระบวนการแปรรูปโดยแบ่งกลุ่มสมาชิกออกเป็นกลุ่มผู้ผลิตและกลุ่มแปรรูปอย่างเป็นระบบ จนเกิดเป็นผลิตภัณฑ์ OTOP ไก่หนองสนิท ที่หลากหลาย เช่น ไก่อบสมุนไพร, ไก่แผ่นปรุงรส และไก่ฝอย

      นอกจากนี้ วิสาหกิจชุมชนยังได้ขับเคลื่อน "หนองสนิทโมเดล" ซึ่งเปลี่ยน Pain Point เรื่องความยากจนและเยาวชนนอกระบบ/กลุ่มเยาวชนที่ความเปราะบางในเรื่องยาเสพติด ให้กลายเป็นโอกาสทางอาชีพ โดยเปิดโอกาสให้เยาวชนเข้ามาฝึกทักษะอาชีพปศุสัตว์และการแปรรูปจากประสบการณ์จริงในฟาร์ม พร้อมได้รับค่าตอบแทนระหว่างการเรียนรู้ ช่วยสร้างอาชีพ ลดปัญหาสังคม และสร้างรายได้ที่มั่นคง

ด้าน นายธนันญ์บุณย์ เพชรประไพ นายอำเภอจอมพระ และ นายสมจิตร นามสว่าง นายกเทศมนตรีตำบลหนองสนิท ยืนยันความพร้อมในการบูรณาการร่วมกับกรมปศุสัตว์ เพื่อสนับสนุนด้านช่องทางการตลาดและการต่อยอดนวัตกรรม เพื่อผลักดันให้ "ไก่โคราช หนองสนิท" กลายเป็นสินค้า OTOP ปศุสัตว์  สร้างชื่อของอำเภอจอมพระและจังหวัดสุรินทร์ต่อไป